Iinisikimm คืนควายสู่ป่า

I saw this show the other night. It was so beautiful, inspiring, and soul-moving.

เมื่อวันก่อนได้ไปดูโชว์มาเรื่องหนึ่ง ชื่อว่า IINISIKIMM A Homecoming for the Buffalo of Banff National Park เป็นละครหุ่น ดูฟรี เล่นที่กลางลานกว้างในสวนสาธารณะ แค่เขาขึ้นหัวข้อมาว่า A nighttime lantern performance แล้วเห็นรูปหุ่นที่มีการประดับประดาไฟต่างๆนานาในเวบไซต์ก็ทำให้อยากดูขึ้นมาแล้ว

ละครเริ่มเล่น สามทุ่มครึ่งเล่นเสร็จประมาณห้าทุ่ม (ดึกมากจ้าาาา…หนาวมากจ้าาาา) ด้วยความที่ไม่เคยไปแถวนั้นมาก่อนเลยรีบไปล่วงหน้าซักหน่อย พอเข้าไปบรรยากาศดี๊ดี ทางเข้าดูลึกลับหน่อยๆ รอบข้างเป็นต้นไม้ใบหญ้า ด้วยความที่มันเป็นสถานที่จัดเข้าค่ายของ YMCA เลยมีพื้นที่ค่อนข้างเยอะ คนดูส่วนใหญ่มากับลูกกับหลาน เด็กน้อยก็วิ่งกันเกลื่อนทิศ ด้านหน้ามีกระดาษเอาไว้ให้คนดูพับกล่อง พร้อมกับไฟเทียนปลอมแอลอีดี เพื่อให้เดินถือระหว่างดูละคร เป็นกิจกรรมที่น่ารักดี

ระหว่างรอได้สังเกตุเห็นพ่อแม่ลูกที่นี่ เขาช่างเป็นอิสระต่อกันเสียจริงๆ พ่อแม่นั่งเม้าท์กันสนุกสนาน มีชีวิตของตัวเอง ส่วนอีลูกก็วิ่งไปมา ถ้าเป็นเมืองไทยคงได้ยินเสียงห้ามนู่นนั่นนี่กันระงม บางทีก็อดคิดไม่ได้นะว่า การที่เด็กบ้านเราถูกห้ามและถูกเลี้ยงมาด้วยความกลัว ความหวาดระแวงของผู้ปกครอง มันส่งผลให้ตอนโตไม่กล้าคิดไปด้วยรึเปล่า “อย่าวิ่งลูก เดี๋ยวล้ม”, “ไม่เอาไม่ปีน เดี๋ยวตกลงมาขาหักทำไง”, “อย่าคิดลูก อย่าคิด เดี๋ยวโตมาฉลาดนะ”

อ่ะ กลับมาที่ละคร

ก่อนละครเล่น 5 นาที ผู้กำกับเดินมารวบรวมคนดู ทำอย่างง่ายๆเป็นกันเองด้วยการยืนบนโต๊ะปิกนิกแล้วตะโกนเรียก… ดี๊ดี จะใช้ลำโพงใช้ไมค์ไปทำไมในเมื่อเลือกแล้วว่า ละครจะเกี่ยวกับธรรมชาติขนาดนี้ พี่เขาเล่าถึงที่มาที่ไปของตัวโปรเจคที่ได้รับแรงบันดาลใจจากน้องควายที่กำลังจะสูญพันธ์ุ ซึ่งน้องควายชนิดนี้มีความผูกพันธ์กันยาวนานกับชนพื้นถิ่นของแคนาดาอย่างเผ่า Blackfoot, Stoney/Nakoda และอื่นๆอีกมากมาย

เมื่อต้นปีนี้เองทางอุทยานแห่งชาติแบฟ (Banff National Park) ได้เริ่มโครงการขยายพันธุ์น้องควาย ทางกลุ่มศิลปินเลยได้รวมตัวกันทำการเฉลิมฉลองการกลับคืนสู่ป่าเขาของน้องควายเหล่านี้ โดยที่ได้ลงพื้นที่ไปทำงานกับชนเผ่าอย่างจริงจัง ดึงวัฒนธรรม ดึงศิลปะของเขามาปรับใช้กับตัวหุ่น

วิธีการดูละครก็แสนจะเก๋ไก๋ ใช้พื้นที่ธรรมชาติได้โคตรธรรมชาติ แต่ละฉากที่เกิดขึ้นหลายทิศทางมาก คนดูก็ต้องหมุนตัว เดินไปเดินมา หาที่สะดวกกันเอาเอง ไม่มีที่นั่งใด บางคนแสนฉลาดเอาเก้าอี้ เอาเสื่อมาด้วย ก่อนที่แต่ละฉากจะเริ่ม ผู้กำกับจะเดินนำคนดูไปบริเวณที่จะเล่น คอยบอกคร่าวๆว่าอย่าเกินเขตตรงนี้ตรงนั้นนะ พอฉากนึงจบ เขาใช้วิธีเชื่อมต่อ (transition) ด้วยการเล่นดนตรีสด เป็นเพลงของชาวพื้นเมือง แล้วเสียงนั้นก็จะนำคนดูไปเอง เราว่าเขาฉลาดเล่นตรงนี้ ใช้ธรรมชาติของคน ความอยากรู้อยากเห็นว่าจะเกิดอะไรต่อ พอได้ยินเสียง ก็เดินตามเสียงนั้นไป มันเรียบง่ายอย่างบอกไม่ถูก เนื่องจากละครเล่นกลางแจ้งและต้องการโชว์ความสวยงามของหุ่น ที่ทำมาจากโครงไม้ไผ่ ห่อด้วยกระดาษบางๆคล้ายกระดาษสา ด้านในมีติดไฟแอลอีดีดวงเล็กๆเต็มไปหมด ทำให้ไม่มีการใช้ไฟอื่นๆซักเท่าไหร่ เสียงเลยกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินเรื่อง

เอาจริงๆตัวเนื้อเรื่องของละครไม่มีอะไรเลย มีพระเจ้าออกมาเล่าถึงการกำเนิดโลก เล่าถึงน้องควายว่าเป็นแหล่งปัจจัยสี่ของคนสมัยก่อน แล้วก็ถูกฆ่าเพราะความโลภของมนุษย์ มีโชว์เทคนิคแสงเหนือ มีฉากการเดินทางของดวงดาว การกำเนิดของมนุษย์ แล้วก็จบที่การกลับคืนสู่ป่าของน้องควาย โดยมีการเต้นรำเฉลิมฉลองแบบคนชาวเผ่า แล้วชวนคนดูไปเต้นด้วย

ไม่มีอะไรดำเนินไปตามขนบละครเวทีที่เรียนมา แต่มันอิ่มเอมบอกไม่ถูก มันเต็มไปด้วยพลังงานเชิงบวก การสื่อสารและการกลับไปสู่ธรรมชาติอีกครั้ง เพลงที่ใช้ก็เป็นเพลงของชนเผ่าจริงๆที่ฟังๆดูจะคล้ายการสวดมากกว่า คนดูรวมเบ็ดเสร็จประมาณ 300 คน มาด้วยใจพร้อมที่จะรักละครเรื่องนี้ มาด้วยความตระหนักรู้และห่วงใยธรรมชาติ มันก็จะออกฮิปปี้ๆหน่อย โคตรดีใจที่ยอมทนหนาวมาดู

สิ่งที่เราชอบมากที่สุดของโชว์ชิ้นนี้คือการที่เขาพูดถึงวัฒนธรรมชนเผ่ากับประเด็นทางสังคม โดยใช้ศาสตร์ของละครหุ่นเป็นตัวเชื่อมโยงได้อย่างแนบเนียน

อยากเห็นอะไรแบบนี้เกิดขึ้นในเมืองไทยบ้าง เราเชื่อว่าที่บ้านเราก็คงมี แต่มักจะไปหลบเล่นตามป่าตามเขา เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปดู ที่นี่มีรัฐบาลและองค์กรต่างๆคอยสนับสนุน ละครเลยเกิดขึ้นได้ในสวนกลางกรุงอย่างนี้

ใครสนใจอยากรู้เกี่ยวกับละครเพิ่ม ไปดูได้ที่ maskandpuppet.com  หรือ Iinisikimm Facebook Page

Photo credit: @Iinisikimm

 

2 thoughts on “Iinisikimm คืนควายสู่ป่า
  1. มันฟังดูน่าสนุกมากเลย หุ่นเปล่งแสงในสวนมืด ๆ แล้วต้องเดินตามไปดูนักแสดงหุ่นไปเรื่อย ๆ ผมเคยดู play ที่ NYC ชื่อ Sleep No More ที่คนดูก็ต้องเดินตามเรื่องไปเรื่อย ๆ ก็สนุกไปอีกแบบ

    ป.ล. แวะมาเยี่ยมแล้วน่ะครับ

    1. ู^^ ขอบคุณมากค่ะ Sleep No More เรายังไม่เคยดู แต่มีเพื่อนมาเล่าให้ฟังเหมือนกันว่า มันจะหลอนๆ แต่ก็เก๋ๆ หน่อย ไว้มีโอกาสไปเมื่อไหร่ จะไปดูค่ะ

Leave a Reply