deactivate facebook, no facebook sign/symbol

ชีวิตที่ไร้เฟสบุ้ค

ห่างหายจากโซเชียลมีเดียไปเกือบ 3 เดือนเต็ม ด้วยเหตุผลง่ายๆคือ อยู่ๆก็เบื่อขึ้นมาซะงั้น ที่เบื่อสุดคือเบื่อตัวเอง เบื่อที่เสียเวลาไปวันละหลายๆชั่วโมงกับการเช็คเฟสบุ้ค

ความอึดอัดที่ค่อยๆก่อร่างสร้างตัวขึ้นจากโซเชียลมีเดีย มันเริ่มทับถมและรุกรานเข้ามาในชีวิต มารู้ตัวอีกทีก็เมื่อตอนขับรถอยู่แล้วอยากจะเช็คเฟสบุ้คใจแทบขาด เพราะชีวิตมันจำเป็นต้องรู้ให้ได้ว่า มีใครมาไลค์การพูดจาจิกกัดสังคมของฉันมั้ย เวลาไปกินข้าวก็ต้องคอยหามุมถ่ายรูปและคิดแคปชั่นเจ๋งๆ เวลาคุยกับเพื่อนก็คอยหาประโยคเด็ดเอามาเล่าต่อให้คนอื่นฟัง แทนที่จะตั้งใจคุยกับเพื่อนจริงๆ สิ่งเหล่านี้มันค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวตนของฉันไปทีละเล็กทีละน้อย จนมาถึงวันที่ฉันตื่นขึ้นมาแล้วไม่ชอบตัวเองเอาซะเลย เลยปฏิวัติตัวเองครั้งใหญ่ด้วยการเลิกเล่นมันไปเลยละกัน deactivate ไปซะดื้อๆ ไม่บอกกล่าวผู้ใดปรากฏการณ์แรกที่เกิดขึ้นคือ


ความเงียบ


อยู่ๆโลกก็เงียบ เราเองก็เงียบตาม ความคิดในสมองเราก็เงียบไปด้วย พอตัดสิ่งหนึ่งออกไปจากชีวิต ก็มีสิ่งใหม่เข้ามาแทนที่ พอทุกอย่างเงียบ เราก็ได้ยินชัดขึ้น พอสายตาได้พัก เราก็เห็นอะไรละเอียดขึ้น พอสมองมันไม่รก เราก็เปิดรับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น เราฟัง เรามอง เราคิด เพื่อที่จะได้ฟัง ได้มอง ได้คิด ไม่ใช่เพื่อที่จะหาทางไปแชร์กับใคร

สิ่งที่ได้รู้:
– โลกมันก็ยังหมุนไปตามเดิม แม้ว่าเราจะไม่ได้คอยบอกว่า วันนี้เราทำอะไร กินอะไรมาบ้าง คิดเห็นอย่างไรกับข่าวร้อนประจำวัน
– การเขียนความคิดตัวเองให้ตัวเองได้ฟัง มันจะได้ยินเสียงแผ่วเบาภายในตัวบางอย่างที่ปกติเราจะไม่ได้ยิน
– ทั้งๆที่นิวส์ฟีดมันไม่มีเสียง แต่พอเราไม่อ่านมัน กลับทำให้ชีวิตเกิดความเงียบสงบดีเหลือเกิน
– เราไม่ต้องรู้ทุกเรื่องก็ได้
– คุยกับเพื่อนยากขึ้นหน่อย แต่แป๊บๆก็ตามทัน
– รู้สึกปลอดภัยขึ้นที่คนไม่ต้องมารู้ความเป็นไปในชีวิตเรามาก
– วันๆนึงมีเหตุการณ์รอบตัวเกิดขึ้นมากมาย แต่เราถูกหน้าจอมือถือบัง
– แบตโทรศัพท์ไม่ได้เสื่อม หรือหมดเร็ว เราแค่ใช้มันเยอะเกิน

สิ่งที่ได้ทำ:
– อ่านหนังสือจบไปอย่างน้อย 20 เล่ม คิดดู คิดดู
– ปลูกต้นไม้เยอะมาก ก็ว่างไง
– กลับมาสานสัมพันธ์กับครอบครัวอีกครั้ง จัดปาร์ตี้ที่บ้านไป 2 หน (แขกทีละ 30 คน)
– เรียนคอร์สออนไลน์จบไป 2 คอร์ส
– คุยกับมนุษย์ตัวเป็นๆ นับไม่ถ้วน
– โทรคุยกับเพื่อน (โทรศัพท์ได้ทำหน้าที่ดั้งเดิมของมันอย่างเต็มที่อีกครั้ง)
– น้ำหนักลดไป 2 กิโล (อันนี้ไม่เกี่ยว อยากเนียนอวดเฉยๆ)
– ถ่ายรูปน้อยลง แต่มีคลังภาพและประสบการณ์เก็บไว้ในสมองมากขึ้น

เอาจริงๆอยากแนะนำนะ ลองเลิกเล่นเป็นพักๆ ซัก 3-4 อาทิตย์ก็ได้ เราว่ามันดี เหมือนนานๆทีเปลี่ยนยี่ห้อแชมพู ลองอะไรใหม่ๆ ก็ได้เห็นมุมใหม่ๆของตัวเองเหมือนกัน

ที่พูดๆมา ใช่ว่าเฟสบุ้คจะมีแต่ข้อเสีย แต่เราว่าเราใช้มันเกินพอดี สุดท้ายแล้ว โซเชียลมีเดีย มันก็เป็นประเภทหนึ่งของ “สื่อ” ไง มีไว้เป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสาร คราวนี้พอใช้ไปเพลินๆ “สาร”มันเปลี่ยน เราลงรูปไปเที่ยวเพื่อจะอวดโลกว่า ชีวิตเราดี เราถ่ายรูปตอนทำงานเพื่อจะโฆษณาว่า การงานเราเจ๋ง เราเขียนสเตตัสเพื่อที่จะโชว์ความเก๋ความคูล มันโดนมวลสารอะไรไม่รู้มาครอบงำ จนเมื่อเรามาย้อนอ่านหน้าวอลตัวเองอีกครั้ง แล้วเกิดคำถามขึ้นมาว่า นั่นใช่ตัวฉันจริงๆ หรือเป็นฉันอีกคนที่ถูกสร้างขึ้นมา

ตอนนี้กลับมาสู่โลกโซเชียลอีกครั้งด้วยเป้าหมายที่ชัดขึ้นกว่าเดิม ระหว่างหายไปก็ใช่ว่าจะไม่คิดถึง มันมีความสัมพันธ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในเฟสบุ้ค ความสัมพันธ์ระหว่างคนเขียนกับคนอ่านที่เราชอบ ก็ได้แต่หวังใจว่า เราจะครองสติได้ดี ถ้าอยู่ๆหายไปอีก ก็อย่าไปพาลน้อยอกน้อยใจว่า ฉัน unfriend ไปแล้วละกัน มาตามตัวได้ในบล๊อกนี้ จะพยายามอัพเดทอยู่เรื่อยๆจ้ะ

Leave a Reply