10 Things I learned from yoga

1. เขาไม่ให้เอามือถือเข้า เลยต้องวาดเอา อดถ่ายรูปมาอวดไลฟสไตล์อันเก๋ไก๋
2. คนเล่น 90% มีรอยสัก mandala
3. ตำแหน่งยอดนิยมคือเท้า และไหล่
4. ในคลาสที่มีชายท้วมเล่นอยู่ด้วย จะสนุก เพราะนางมักจะโอดโอยออกมา (ซึ่งเป็นสิ่งที่เราแอบทำอยู่ในใจ)
5. ครูที่นี่ไม่ได้มีหุ่นเหมือนฤาษีดัดตนทุกคนไป ทำให้เราสบายใจขึ้นว่า เขาจะเข้าใจความเป็นมนุษย์ของเรา
6. เหงื่อที่หน้าและหัวของฉันเยอะมาก จนแอบสงสัยว่ามีไขสมองแอบไหลมาตามรูขุมขนด้วยรึเปล่า
7. โยคะร้อนในวันหิมะตกคือความประเสริฐในชีวิต
8. ร่างกายเราทำอะไรได้หลายอย่างที่เราคาดไม่ถึง
9. และก็ทำอะไรไม่ได้อีกหลายอย่าง ที่คนทั้งห้องดันทำได้
10. อะไรทำไม่เป็น ทำบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินเอง

เท้าความละครคุก

เข้าไปทำละครในคุกปีนี้ ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่เยอะขึ้นมาก เราหายไป 1 ปี พี่เก่าๆส่วนมากออกจากคุกไปแล้ว พี่ๆส่วนมากที่เข้ามาทำค่อนข้างเป็นหน้าใหม่ในวงการ (ทั้งวงการละครและวงการคุก) เลยต้องมีการปรับตัว ปรับใจ ปรับความคิดกันนิดหน่อย บวกกับพี่บางคนที่มีโอกาสทำละครเมื่อปีที่แล้ว แต่เกิดประสบการณ์เลวร้ายมา ก็ต้องมานั่งจูนกันใหม่ว่า ปีนี้เราจะอย่างนี้นะ ปีนี้เราจะโอเค

ขอเท้าความปีที่แล้วก่อนว่า คณะละครในคุกถูกยึดอำนาจโดยพี่นักโทษคนหนึ่ง ขอขนานนามว่า คุณวิศรุต

ปีก่อนหน้า(2016) คุณวิศรุตเข้ามาในฐานะนักแสดง คุณเขาค่อนข้างฉลาดหลักแหลม ถึงขั้นสมัครเข้าเรียนปริญญาเอกด้านกฎหมายได้ ในขณะที่อยู่ในคุก ตอนเขาเป็นนักแสดงก็มีปัญหากับผู้กำกับเล็กน้อย เป็นเรื่องอีโก้ ไม่เข้าใจวิธีการทำงานร่วมกันกับคนอื่น แล้วก็จะปกป้องตัวเองสูง แต่ ณ ตอนนั้นด้วยบทบาทที่ยังน้อย ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหาอะไร

ทีนี้พอเข้าเลือกตั้งคณะกรรมการจัดการคณะละครเมื่อปีที่แล้ว(2017) เหล่าพี่นักโทษก็ไว้ใจในความภูมิฐาน คุณวิศรุตเลยได้เรืองอำนาจในฐานะผู้นำคณะ

อ่อ ลืมบอก งานนี้เป็นงานอาสา นักโทษส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำ ก็มาทำด้วยใจล้วนๆ คล้ายๆการทำกิจกรรมในรร./มหาวิทยาลัยนั่นแหละ ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ไม่ได้มีผลให้ออกจากคุกเร็ว แต่บางทีถ้าทำแล้ว นักโทษมีพัฒนาการสูง ก็จะมีเอาผลงานเก็บเข้าพอร์ต ไว้รายงานต่อศาลว่า ฉันดีขึ้นแล้วนะ ฉันพร้อมจะออกสู่โลกแล้ว อะไรงี้

ในช่วงแรกๆคุณวิศรุตก็ไฟแรง จัดการระบบระเบียบต่างๆนานา ส่งอีเมลมาหาฉันอยู่หลายหน เพราะอยากพัฒนาอุปกรณ์ไฟ อยากจะซื้อมูฟวิ่งไลท์บ้าง อยากจะเปลี่ยนบอร์ดไฟใหม่บ้าง ทางเราก็มีจิตเมตตา ให้คำปรึกษาฟรี 

*ขอบ่นที อีงานที่ปรึกษาเนี่ยะ มันน่าระอาใจนัก ส่วนมากจะมาเนียนๆ “ขอถามหน่อยสิเธอ” เห็นใจฉันบ้าง ไอ้ความคิดเห็นหรือคำตอบที่ฉันให้ไป มันเหมือนจะง่าย แต่ก็ล้วนสั่งสมมาจากประสบการณ์ชีวิตและมันสมอง ซึ่งการดำรงชีวิตของฉันก็ต้องใช้เงินไง จ้างฉันเถอะ ความคิดฉันมีราคา

อ่ะ กลับมา ทางเราก็ให้คำปรึกษาไปอย่างเต็มที่ ก็แฮปปี้ดี คุยไปคุยมา เลยเถิดไปถึงงานออกแบบ คุณวิศรุตก็เกริ่นมาว่า อยากให้เรากลับมาทำแสงให้ แต่ยังไม่แน่ใจว่า ทีมที่เหลือจะเป็นใครบ้าง ผู้กำกับและนักออกแบบคนอื่นๆอาจจะไม่ใช่ชุดเดิม

3 เดือนให้หลัง พี่วิศรุตส่งอีเมลมา ความว่า “สวัสดีโป้ สรุปว่า เราได้นักออกแบบแสงแล้ว เราเลยอยากจะขอให้โป้ส่งแปลนไฟที่เคยทำมาแล้วมาให้หน่อย ในรูปแบบของไฟล์ vectorworks (ไฟล์เขียนแบบ 3D สำหรับออกแบบแสง) เพื่อที่นักออกแบบแสงของเราจะได้นำไปใช้ในการทำงาน”

ดีจัง ไม่จ้างฉัน แต่จะของานฉันไปก๊อปปี้ต่อ

เราเลยตอบไปอย่างสุภาพชนว่า งานเขียนแบบที่เราเขียนขึ้นมานั้น ถือเป็นงานลิขสิทธิ์ส่วนบุคคลที่สร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์โปรดักชันนั้นๆ เท่านั้น คงให้กันไม่ได้ แต่ไหนๆเธอก็จ้างนักออกแบบแสงแล้ว มันเป็นหน้าที่รับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่นักออกแบบแสงจะต้องเขียนแบบของตัวเองขึ้นมา และทั้งนี้ทั้งนั้น โดยมารยาทแล้ว คุณได้ติดต่อฉันเอาไว้ล่วงหน้า ในกรณีที่จะไม่จ้างกัน ฉันเข้าใจได้ แต่ก็ควรจะบอกกันอย่างคนที่เจริญแล้วเขาทำกัน ไม่ใช่เงียบหายไปแล้วติดต่อกลับมาเมื่อต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น

จบไป หลังจากนั้นก็ได้รับอีเมลแก้ตัวมากมายจากคุณวิศรุต แต่ไม่มีคำขอโทษใด เราเลยปล่อยผ่าน

และนี่ก็เป็นสาเหตุให้ไม่ได้กลับไปทำเมื่อปีที่แล้ว

แต่ก็นับเป็นการโชคดี เพราะกลายเป็นว่า เกิดหายนะครั้งใหญ่ ผู้กำกับมีความเหวี่ยง มีความบ้าบอ และไม่เข้าใจธรรมชาติของคนคุก คุณวิศรุตยึดอำนาจจัดการคนเดียวทุกอย่างและทำไม่ทันซักอย่าง ทำให้นักโทษคนอื่นๆโกรธเกรี้ยว และเกิดความโกลาหลอย่างหนักภายใน ผู้กำกับละครก็ไปทำอีท่าไหนไม่รู้ ถูกขึ้นบัญชีดำ ห้ามกลับเข้ามาในคุกอีก อันนี้คือช่วงก่อนละครจะเริ่มเล่นเลยด้วยซ้ำ ทำให้สเตจแมเนเจอร์ต้องรับช่วงต่อไปโดยปริยาย ส่วนคุณวิศรุตนั้นก็ถูกอัปเปหิออกจากคณะละคร (แต่ก็ยังไม่ได้ออกจากคุก) ห้ามเข้ามาข้องเกี่ยวกับโปรแกรมนี้อีก

ซึ่งเอาจริงๆก็แอบเสียดายนะ เราว่า คุณวิศรุตควรได้มีโอกาสอีกครั้ง อาจจะในฐานะลูกทีม มาดูว่าควรทำงานยังไงแบบไม่เผด็จการ เขาน่าจะเรียนรู้ได้ แต่ก็นะ พี่นักโทษเขาโหวตกันแล้ว เราก็ไปคัดค้านอะไรไม่ได้

และนั่นแล.. ส่งผลต่อเนื่องมายังปีนี้ ทัศนคติแย่ๆกับการทำละครเลยถูกฝังรากลึก พี่นักโทษหลายคนเข้ามาด้วยข้อกังขาเพราะได้ยินมาจากปีที่แล้ว หลายคนถูกเพื่อนลากกลับเข้ามา เพราะเพื่อนอยากจะให้พิสูจน์ว่า ทำละครเวทีมันไม่ได้แย่เสมอไป ยังดีที่มีพี่นักโทษเก่าที่เคยทำงานมาด้วยกันอยู่บ้าง มาคอยเสริมทัพ

ช่วงแรกๆของกระบวนการ เลยเป็นเรื่องของการปรับทัศนคติให้ตรงกัน รื้อระบบใหม่ทั้งหมด สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างมาตรฐานและความคาดหวังในการทำงานทั้งหมดใหม่

ปีนี้เลยได้ใช้พลังใจสูงมาก ตอนต่อๆไปที่จะเล่ามันก็จะจุ๊กจิ๊ก วุ่นวาย ทนฟังฉันบ่นหน่อยละกันนะ

เอาเป็นว่า ขันติธรรมที่พึงรักษาไว้ในการทำงานชิ้นนี้ ถ้าเปลี่ยนเป็นผลบุญได้ ฉันคงบรรลุโสดาบันไปแล้ว

No judgement, just acceptance

ตอนนี้กำลังอินกับการเล่นโยคะร้อน แม้ว่าตอนเริ่มเราจะอินกับราคามากกว่าตัวโยคะก็ตาม กล่าวคือ สมาชิกใหม่จ่าย 40 เหรียญเล่นได้ไม่จำกัด 40 วัน นั่นเท่ากับว่า ถ้าเราเพียรไปเล่นมันทุกวัน เราก็จะได้เล่นโยคะตกในราคาวันละ 25 บาท คุ้มกว่านี้มีที่ไหน แล้วสตูดิโออยู่ห่างจากบ้านไป สามนาทีถ้วน

เราว่า ฟ้าได้ส่งสิ่งนี้มาให้กับเราแล้วล่ะ

Continue reading “No judgement, just acceptance”

rake, leaves, fall, london, canada

เมาความสุข

หลังจากพยายามไปสองสามที ได้ความว่า ฉันไม่สามารถเล่นเฟสบุ้คได้ ถูกปิดแอคเคาท์ทั้งในเพจและส่วนตัว ทางเราก็ชราแล้วเลยไม่คิดสู้ ไม่ให้เล่นก็ไม่เล่น แค่นั้นแหละ ยอมง่ายดายเหลือเกิน

เลยเกิดกระแสความคิดใหม่ ด้วยแรงบันดาลใจจากเพื่อนๆว่า ลองเล่นอินสตาแกรมสิ Continue reading “เมาความสุข”

สวัสดีโซเชียล

ตัดสินใจกลับเข้าสู่โลกโซเชียลอีกครั้ง เพราะอยู่ๆก็นึกได้ว่า วันๆไม่ค่อยได้สื่อสารกับใครเลย นอกจากจะมีชนกลุ่มน้อยเข้ามาทักทายแบบถึงเนื้อถึงตัวทางไลน์บ้างอะไรบ้าง เอาจริงๆก็คิดอยู่นาน เพราะโลกของการไม่มีเฟสบุ้คนี้มันช่างดีเหลือเกิน

ตอนนี้มีเรื่องอยากแชร์มากมายเพราะช่วงที่ผ่านมาชีวิตผันเปลี่ยน ขึ้นสุดลงสุดแบบไม่เกรงใจเจ้าของเลย ในคราวไม่มีงานก็อ้างว้างจนซึมเศร้า พอมีงานทีก็มากระจุกกันอยู่ในช่วงเดียวกันจนแทบไม่มีเวลาหายใจ Continue reading “สวัสดีโซเชียล”