สวัสดีโซเชียล

ตัดสินใจกลับเข้าสู่โลกโซเชียลอีกครั้ง เพราะอยู่ๆก็นึกได้ว่า วันๆไม่ค่อยได้สื่อสารกับใครเลย นอกจากจะมีชนกลุ่มน้อยเข้ามาทักทายแบบถึงเนื้อถึงตัวทางไลน์บ้างอะไรบ้าง เอาจริงๆก็คิดอยู่นาน เพราะโลกของการไม่มีเฟสบุ้คนี้มันช่างดีเหลือเกิน

ตอนนี้มีเรื่องอยากแชร์มากมายเพราะช่วงที่ผ่านมาชีวิตผันเปลี่ยน ขึ้นสุดลงสุดแบบไม่เกรงใจเจ้าของเลย ในคราวไม่มีงานก็อ้างว้างจนซึมเศร้า พอมีงานทีก็มากระจุกกันอยู่ในช่วงเดียวกันจนแทบไม่มีเวลาหายใจ

เรากลับมาแคนาดาตอนเดือนสิงหา แล้วก็กระทำการเก็บข้าวของทุกสิ่งอย่างที่คัลการี เตรียมตัวย้ายบ้านทันที หลังจากนั้นก็ไปทำละครคุกที่วิคตอเรีย

คราวนี้ยุ่งขิงและกดดันเป็นพิเศษ เนื่องจากมีพี่นักโทษเข้ามาร่วมโปรเจคเยอะมาก แค่นักแสดงก็ปาไป 30 คนแล้ว ทีมงานอีก และส่วนมากค่อนข้างจะใหม่ เลยทำให้บรรยากาศการทำงานน่าตื่นเต้นเป็นพิเศษ ใช้พลังงานไปเยอะกับการจัดการความไม่นิ่งของพี่ๆเขา ไม่นิ่งในที่นี้คือ ใจไม่นิ่ง สติไม่นิ่ง อารมณ์ไม่นิ่ง แล้วร่างกายก็ไม่นิ่งด้วย เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า เราจะเซนสิทีฟกับพลังงานที่คนส่งมาให้เราได้มากขนาดนี้

เท่าที่จำได้ ตั้งแต่กลางสิงหาถึงช่วงละครเริ่มเล่นตอนต้นตุลา เราเข้าคุกทุกวันตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม กลับมาบางวันเตรียมการสอนบ้าง ประชุมกับทางมหาวิทยาลัยบ้าง บางวันก็มีประชุมงานที่เมืองไทยบ้าง ซึ่ง ณ ตอนนั้น เราคิดว่าหนักแล้ว….

แต่ทว่า ตุลามหาวิปโยค โหดร้ายกับฉันมากกว่านั้นค่ะ

ละครคุกจบ ก็บินมาลอนดอน – London Ontario ที่อยู่แคนาดา มิใช่อังกฤษ

เริ่มงานเป็นผู้ช่วยนักออกแบบแสงที่นี่เลย พร้อมๆกับย้ายเข้าบ้าน (ซึ่งแน่นอน ณ วันนี้ บ้านก็ยังคงเต็มไปด้วยกล่องกระดาษอยู่ เพราะยังไม่มีเวลาจัดของเลย)

โรงละครที่เข้าไปทำเป็นโรงละครขนาดใหญ่ ละครก็สเกลใหญ่มาก โชคดีที่นักออกแบบแสงน่ารัก และผู้คนค่อนข้างใจดี เลยทำให้สนุกกับการทำงานและทำความรู้จักคนในเมืองนี้มากขึ้น

ตอนเริ่มเข้าโรงละครก็ประจวบเหมาะกับช่วงสอนหนังสือพอดี จริงๆคลาสนี้สอนไม่กี่ครั้ง แต่เป็นคลาสใหญ่ 44 คน ซึ่งยอมรับตรงๆว่าเราไม่ถนัด ไม่แน่ใจว่าจะสอนออกแบบแสงยังไงให้รู้เรื่องด้วยปริมาณคนที่เยอะขนาดนี้ เลยหาเรื่องให้ตัวเองด้วยการแบ่งกลุ่มย่อยเป็น 9 กลุ่ม คราวนี้แหละค่ะ นัดเวลากับเด็กกันงงไปหมด

เท่านั้นยังไม่พอ โปรเจคออกแบบแสงที่ไทยที่รับไว้ ก็เริ่มใกล้เข้ามา เลยประชุมกันถี่ขึ้นหน่อย

ตารางชีวิตเลยออกมาประมาณนี้

5am -ตื่น, จัดการตัวเอง, เตรียมสอน

6-7am- สอนออนไลน์

9am-10pm – เข้าโรงละคร

11pm -12 am – สอน

2am-5am – ประชุม

6-7am – สอนต่ออออ

วนไปค่ะ บางวันดีหน่อยก็คือไม่มีประชุม แต่มีประชุมมันก็ดี งานมันจะได้เดิน

เราก็ได้แต่ท่องในใจว่า ผ่านตุลาไป ฉันจะเป็นอมตะ

ณ วันนี้ ละครเริ่มเล่นแล้ว คลาสที่สอนก็เป็นช่วงส่งโปรเจค ค่อยๆเคลียร์กันไปทีละเปลาะ เหลืองานที่ไทยที่ก็เตรียมงาน ก็ประชุมไป แต่ที่สำคัญ อย่าลืมว่าเรายังไม่ได้จัดบ้านเลย แล้วยังจะอุตสาหะอยากทาสีบ้านใหม่อีก

อย่างน้อยเราก็มีเวลาในการจัดการชีวิตตัวเองมากขึ้น เขียนblog ได้ คุยกับเพื่อนได้ ถือซะว่าเป็นช่วงคลี่คลาย เป็นช่วงสงบสติอารมณ์

เพราะชีวิตฟรีแลนซ์มันก็เป็นซะอย่างนี้ พองานยุ่งมากๆ อะดรีนาลีนพุ่งสูง กำลังสนุกอยู่ๆงานก็จบ ฮอร์โมนฮวบลงสุด บางทีเรารู้ไม่เท่าทันร่างกายก็จะกลายเป็นงง เป็นซึมไปซะอย่างนั้น ตอนนี้เลยเอาพลังงานตกค้างที่เหลืออยู่ไปเล่นโยคะร้อนแทน อบขนมบ้าง ทำกับข้าวบ้าง กวาดใบไม้ใบหญ้าไป

เอาเถอะ หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร ฉันก็ไม่ยี่หระ…

เพราะฉันเป็นอมตะแล้ว

3 thoughts on “สวัสดีโซเชียล
  1. เข้าใจอารมณ์เลย กันยา ตุลา หนักหนามาก ลากมาพย.
    แต่ถ้ารักษาร่างกายไม่ให้ป่วย ก็ไหวนะ

Leave a Reply