เท้าความละครคุก

เข้าไปทำละครในคุกปีนี้ ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่เยอะขึ้นมาก เราหายไป 1 ปี พี่เก่าๆส่วนมากออกจากคุกไปแล้ว พี่ๆส่วนมากที่เข้ามาทำค่อนข้างเป็นหน้าใหม่ในวงการ (ทั้งวงการละครและวงการคุก) เลยต้องมีการปรับตัว ปรับใจ ปรับความคิดกันนิดหน่อย บวกกับพี่บางคนที่มีโอกาสทำละครเมื่อปีที่แล้ว แต่เกิดประสบการณ์เลวร้ายมา ก็ต้องมานั่งจูนกันใหม่ว่า ปีนี้เราจะอย่างนี้นะ ปีนี้เราจะโอเค

ขอเท้าความปีที่แล้วก่อนว่า คณะละครในคุกถูกยึดอำนาจโดยพี่นักโทษคนหนึ่ง ขอขนานนามว่า คุณวิศรุต

ปีก่อนหน้า(2016) คุณวิศรุตเข้ามาในฐานะนักแสดง คุณเขาค่อนข้างฉลาดหลักแหลม ถึงขั้นสมัครเข้าเรียนปริญญาเอกด้านกฎหมายได้ ในขณะที่อยู่ในคุก ตอนเขาเป็นนักแสดงก็มีปัญหากับผู้กำกับเล็กน้อย เป็นเรื่องอีโก้ ไม่เข้าใจวิธีการทำงานร่วมกันกับคนอื่น แล้วก็จะปกป้องตัวเองสูง แต่ ณ ตอนนั้นด้วยบทบาทที่ยังน้อย ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหาอะไร

ทีนี้พอเข้าเลือกตั้งคณะกรรมการจัดการคณะละครเมื่อปีที่แล้ว(2017) เหล่าพี่นักโทษก็ไว้ใจในความภูมิฐาน คุณวิศรุตเลยได้เรืองอำนาจในฐานะผู้นำคณะ

อ่อ ลืมบอก งานนี้เป็นงานอาสา นักโทษส่วนใหญ่ที่เข้ามาทำ ก็มาทำด้วยใจล้วนๆ คล้ายๆการทำกิจกรรมในรร./มหาวิทยาลัยนั่นแหละ ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ไม่ได้มีผลให้ออกจากคุกเร็ว แต่บางทีถ้าทำแล้ว นักโทษมีพัฒนาการสูง ก็จะมีเอาผลงานเก็บเข้าพอร์ต ไว้รายงานต่อศาลว่า ฉันดีขึ้นแล้วนะ ฉันพร้อมจะออกสู่โลกแล้ว อะไรงี้

ในช่วงแรกๆคุณวิศรุตก็ไฟแรง จัดการระบบระเบียบต่างๆนานา ส่งอีเมลมาหาฉันอยู่หลายหน เพราะอยากพัฒนาอุปกรณ์ไฟ อยากจะซื้อมูฟวิ่งไลท์บ้าง อยากจะเปลี่ยนบอร์ดไฟใหม่บ้าง ทางเราก็มีจิตเมตตา ให้คำปรึกษาฟรี 

*ขอบ่นที อีงานที่ปรึกษาเนี่ยะ มันน่าระอาใจนัก ส่วนมากจะมาเนียนๆ “ขอถามหน่อยสิเธอ” เห็นใจฉันบ้าง ไอ้ความคิดเห็นหรือคำตอบที่ฉันให้ไป มันเหมือนจะง่าย แต่ก็ล้วนสั่งสมมาจากประสบการณ์ชีวิตและมันสมอง ซึ่งการดำรงชีวิตของฉันก็ต้องใช้เงินไง จ้างฉันเถอะ ความคิดฉันมีราคา

อ่ะ กลับมา ทางเราก็ให้คำปรึกษาไปอย่างเต็มที่ ก็แฮปปี้ดี คุยไปคุยมา เลยเถิดไปถึงงานออกแบบ คุณวิศรุตก็เกริ่นมาว่า อยากให้เรากลับมาทำแสงให้ แต่ยังไม่แน่ใจว่า ทีมที่เหลือจะเป็นใครบ้าง ผู้กำกับและนักออกแบบคนอื่นๆอาจจะไม่ใช่ชุดเดิม

3 เดือนให้หลัง พี่วิศรุตส่งอีเมลมา ความว่า “สวัสดีโป้ สรุปว่า เราได้นักออกแบบแสงแล้ว เราเลยอยากจะขอให้โป้ส่งแปลนไฟที่เคยทำมาแล้วมาให้หน่อย ในรูปแบบของไฟล์ vectorworks (ไฟล์เขียนแบบ 3D สำหรับออกแบบแสง) เพื่อที่นักออกแบบแสงของเราจะได้นำไปใช้ในการทำงาน”

ดีจัง ไม่จ้างฉัน แต่จะของานฉันไปก๊อปปี้ต่อ

เราเลยตอบไปอย่างสุภาพชนว่า งานเขียนแบบที่เราเขียนขึ้นมานั้น ถือเป็นงานลิขสิทธิ์ส่วนบุคคลที่สร้างสรรค์มาเพื่อตอบโจทย์โปรดักชันนั้นๆ เท่านั้น คงให้กันไม่ได้ แต่ไหนๆเธอก็จ้างนักออกแบบแสงแล้ว มันเป็นหน้าที่รับผิดชอบขั้นพื้นฐานที่นักออกแบบแสงจะต้องเขียนแบบของตัวเองขึ้นมา และทั้งนี้ทั้งนั้น โดยมารยาทแล้ว คุณได้ติดต่อฉันเอาไว้ล่วงหน้า ในกรณีที่จะไม่จ้างกัน ฉันเข้าใจได้ แต่ก็ควรจะบอกกันอย่างคนที่เจริญแล้วเขาทำกัน ไม่ใช่เงียบหายไปแล้วติดต่อกลับมาเมื่อต้องการความช่วยเหลือเท่านั้น

จบไป หลังจากนั้นก็ได้รับอีเมลแก้ตัวมากมายจากคุณวิศรุต แต่ไม่มีคำขอโทษใด เราเลยปล่อยผ่าน

และนี่ก็เป็นสาเหตุให้ไม่ได้กลับไปทำเมื่อปีที่แล้ว

แต่ก็นับเป็นการโชคดี เพราะกลายเป็นว่า เกิดหายนะครั้งใหญ่ ผู้กำกับมีความเหวี่ยง มีความบ้าบอ และไม่เข้าใจธรรมชาติของคนคุก คุณวิศรุตยึดอำนาจจัดการคนเดียวทุกอย่างและทำไม่ทันซักอย่าง ทำให้นักโทษคนอื่นๆโกรธเกรี้ยว และเกิดความโกลาหลอย่างหนักภายใน ผู้กำกับละครก็ไปทำอีท่าไหนไม่รู้ ถูกขึ้นบัญชีดำ ห้ามกลับเข้ามาในคุกอีก อันนี้คือช่วงก่อนละครจะเริ่มเล่นเลยด้วยซ้ำ ทำให้สเตจแมเนเจอร์ต้องรับช่วงต่อไปโดยปริยาย ส่วนคุณวิศรุตนั้นก็ถูกอัปเปหิออกจากคณะละคร (แต่ก็ยังไม่ได้ออกจากคุก) ห้ามเข้ามาข้องเกี่ยวกับโปรแกรมนี้อีก

ซึ่งเอาจริงๆก็แอบเสียดายนะ เราว่า คุณวิศรุตควรได้มีโอกาสอีกครั้ง อาจจะในฐานะลูกทีม มาดูว่าควรทำงานยังไงแบบไม่เผด็จการ เขาน่าจะเรียนรู้ได้ แต่ก็นะ พี่นักโทษเขาโหวตกันแล้ว เราก็ไปคัดค้านอะไรไม่ได้

และนั่นแล.. ส่งผลต่อเนื่องมายังปีนี้ ทัศนคติแย่ๆกับการทำละครเลยถูกฝังรากลึก พี่นักโทษหลายคนเข้ามาด้วยข้อกังขาเพราะได้ยินมาจากปีที่แล้ว หลายคนถูกเพื่อนลากกลับเข้ามา เพราะเพื่อนอยากจะให้พิสูจน์ว่า ทำละครเวทีมันไม่ได้แย่เสมอไป ยังดีที่มีพี่นักโทษเก่าที่เคยทำงานมาด้วยกันอยู่บ้าง มาคอยเสริมทัพ

ช่วงแรกๆของกระบวนการ เลยเป็นเรื่องของการปรับทัศนคติให้ตรงกัน รื้อระบบใหม่ทั้งหมด สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ สร้างมาตรฐานและความคาดหวังในการทำงานทั้งหมดใหม่

ปีนี้เลยได้ใช้พลังใจสูงมาก ตอนต่อๆไปที่จะเล่ามันก็จะจุ๊กจิ๊ก วุ่นวาย ทนฟังฉันบ่นหน่อยละกันนะ

เอาเป็นว่า ขันติธรรมที่พึงรักษาไว้ในการทำงานชิ้นนี้ ถ้าเปลี่ยนเป็นผลบุญได้ ฉันคงบรรลุโสดาบันไปแล้ว